0

“การจัดการศึกษาในท้องถิ่น” ว่า “อย่าจับปลาให้เขากิน จะมีกินชั่วคราว แต่จงสอนให้เขาจับปลา จะมีกินชั่วชีวา” หมายความว่า เวลาเราจะพัฒนาใคร หรือพัฒนาอะไร ต้องสอนให้เขาคิด หรือสอนให้เขาทำด้วย ไม่ใช่ให้อย่างเดียว

การศึกษา จึงมีคำตอบอยู่ที่ท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นจะมีลักษณะการจัดการการศึกษาอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนในท้องถิ่น ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียน หรือ อปท. แต่หมายถึงพหุสังคมทั้งหมด เช่น กลุ่มพ่อค้า ปัจเจกชนอื่นๆ ดังนั้น รากฐานของประเทศจึงมาจากท้องถิ่น ในประเทศที่เจริญมากแล้ว เขาเน้นท้องถิ่นเป็นหลัก และในโลกที่มีความเร็วและแรงที่เราเรียกว่า “โลกาภิวัตน์” ท้องถิ่น ยิ่งต้องสร้าง อัตลักษณ์ และสร้างความเข้มแข็งของตัวเองให้เกิดการพัฒนา ทำให้คนอยากจะไปดู ท้องถิ่นแต่ละแห่งจึงต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ เพื่อหาอัตลักษณ์ หาคุณค่า หาสินค้า หาบริการ เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดได้ ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องมีงบประมาณมากมาย ยกตัวอย่างที่ นากิโซ ประเทศญี่ปุ่น หรือว่าที่กะตะกะรน ประเทศไทย ท้องถิ่นมีเงินจำกัดจะทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนาได้ คำตอบคือใช้วิธีสหการ โดยการรวมพลังกันให้ทุกส่วนของท้องถิ่นมาร่วมคิด ร่วมทำงาน การสร้างท้องถิ่นต้องสร้างคน สร้าง New Thailand เหมือน New Korea (เกาหลีใหม่) ที่สร้างความเป็นชาตินิยม สร้างโรงเรียนผู้นำ การศึกษาไม่ยึดติดกับในระบบ แต่เป็นการศึกษานอกระบบที่สร้างคนนอกระบบโรงเรียน เป็นการศึกษาตลอดชีวิต สนใจวิชาชีพ ศึกษาแล้วต้องไปทำอาชีพได้ การสร้างคนของเกาหลีเน้นการสร้างวินัยอย่างเคร่งครัด

ดังนั้น New Thailand ต้องคิดว่า เราจะร่วมกันจัดการศึกษาท้องถิ่นเพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่เราพูดถึงเกาหลี เยอรมัน ญี่ปุ่น ได้อย่างไร อันดับแรก ควรปฏิรูปการศึกษา โดยการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ สร้างคนที่มีความรับผิดชอบ ใช้สิทธิเสรีภาพอยู่ในขอบเขต คนไทยขาดวินัย ทำให้เราใช้เสรีภาพเกินขอบเขต เยอรมัน เกาหลี ญี่ปุ่น เสรีภาพของเขาต้องใช้คู่กับความรับผิดชอบ แยกจากกันไม่ได้ คุณสมบัตินี้เป็นบุคลิกภาพของพลเมือง สุดท้ายฝากไว้ว่า การขาดแคลนงบประมาณไม่ใช่ประเด็นหลัก ต้องมีวิธีการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ในการสร้างคนของประเทศตามที่ยกตัวอย่างข้างต้น

รัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิของชุมชนที่จะบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยให้มีการกระจายอำนาจ ในรูปแบบของการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นชุมชนประชาธิปไตย มีการพึ่งพาตัวเอง ปกครองดูแลตนเอง ผลักดันกันเอง ในสามส่วนนี้อยากให้ครูในท้องถิ่นและผู้มีส่วนร่วมในการปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยกันผลักดัน และใช้รัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์กับท้องถิ่นให้มากที่สุด เรื่องการบริหารจัดการศึกษาในท้องถิ่น มีข้อคิดอยู่ว่า จะทำอย่างไรถึงจะนำคน เงิน ระบบ ไปใช้ร่วมกันให้ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่คนในท้องถิ่นจริงๆ ขอเสนอให้ปรับแผนโดยกำหนดให้ อปท. ร่วมกันบริหารและจัดการศึกษาในรูปสหการ คือความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ไม่ว่าชุมชนเมืองหรือชุมชนท้องถิ่นจะต้องเกิดขึ้นจากทุกภาคส่วน

ร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นจาก อปท. ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือครู ซึ่งเป็นผู้ผลักดันในการสร้างคน และส่วนอื่นๆ ของสังคม ที่จะเป็นตัวหล่อหลอมคนในสังคมท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ท้องถิ่นต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ และการแบ่งปันใช้ทรัพยากรร่วม เช่น อบต. เทศบาล อบจ. มีครูรวมกันเท่าไหร่ คนนี้สอนเก่ง คนนี้บริหารจัดการเก่ง ส่วนนี้มีงบประมาณ รวมทั้งคนเกษียณมีอยู่ทุกที่ มีภูมิปัญญา มีปราชญ์ชาวบ้าน เมื่อนำมารวมกันจะผลักดันให้เกิดท้องถิ่นเข้มแข็ง ลดการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในสังคมประชาธิปไตยที่ว่า ชุมชนต้องเป็นชุมชนประชาธิปไตย และพึ่งพาตัวเองได้

0

การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะพัฒนา และประกันคุณภาพได้ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น ประเทศ ได้ คือ การให้มีกฎหมายการศึกษาของท้องถิ่น ให้มีหน่วยงานที่จะดูแลพัฒนาการศึกษาท้องถิ่นโดยตรง อย่างมีอิสระ กำหนดบทบาทหน้าที่ อปท.ในการสนับสนุน ส่งเสริมในทุกด้านต่อสถานศึกษา รวมถึงการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างชัดเจน นอกจากนี้หากเสริมด้วยรูปแบบ “การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น” เป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิต จะช่วยให้การดำเนินการจัดการศึกษามีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้

1. เสริมสร้างความเข้มแข็งของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สามารถเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาของโรงเรียนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนสามารถแก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น

2. จัดการศึกษาในระบบ โดยการส่งเสริม สนับสนุนให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีและได้รับการพัฒนาหรือส่งเสริมฒนาการศึกษา โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเป็นเลิศตามอัจฉริยภาพของผู้เรียนแต่ละคน จนสามารถนำไปประกอบอาชีพในท้องถิ่นได้

3. จัดการศึกษานอกระบบ โดยการส่งเสริม สนับสนุนให้โรงเรียนจัดการฝึกอบรมให้ความรู้ตามความต้องการของเด็ก เยาวชนและประชาชนในท้องถิ่นเพื่อให้มีทักษะชีวิตและมีอาชีพที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในท้องถิ่นอย่างมีความสุข

4. จัดการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการส่งเสริม สนับสนุนให้โรงเรียนจัดหาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายตามความต้องการของเด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้ตามความต้องการและตามศักยภาพของแต่ละบุคคล จนสามารถนำไปประกอบอาชีพและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างมีความสุข

ท้ายสุด การปฏิรูปการศึกษาของท้องถิ่นจะตอบโจทย์สังคมได้ชัดเจน กล่าวว่า ระบบการศึกษาท้องถิ่นจะช่วยดึงผู้เรียนส่วนใหญ่ออกจากถนนการศึกษาที่แน่นขนัด ไปสู่การเรียนรู้ที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้งทำให้มีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ เน้นการเรียนรู้จากการทำงาน ฝึกให้ทำเป็น ฝึกความอดทน ฝึกความรับผิดชอบซึ่งจะช่วยให้ระบบการศึกษาที่เหลือก็สามารถมุ่งสู่การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการได้ง่ายขึ้น เพราะภาระการสอนจะน้อยลง จะมีทรัพยากรเพื่อการวิจัยและสร้างนักวิจัยได้มากขึ้น นั่นเอง

0

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะหรือองค์ประกอบบางประการแตกต่างไปจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วๆไป ความแตกต่างนี้สืบเนื่องมาจากลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นนั้นๆเอง เช่น เป็นท้องถิ่นที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจมาก เป็นท้องถิ่นที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น หรือเป็นท้องถิ่นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เป็นต้น โดยลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นนั้นทำให้การใช้รูปแบบการบริหารจัดการแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไปไม่เหมาะสม ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องมีการคิดค้นหารูปแบบการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ

กฎหมายการปกครองส่วนม้องถิ่น

ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อจัดตั้งองค์การปกครองท้องถิ่น จึงมีวัตถุประสงค์กระจายอำนาจบริหารไปสู่ท้องถิ่น โดยกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นกับส่วนกลางในขอบเขตการกำกับดูแล นั่นคือจะไม่กำหนดให้ราชการส่วนกลางมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือคณะผู้บริหารของท้องถิ่น เพื่อให้ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ แต่จะให้มีอำนาจในการกำกับดูแลเพื่อป้องกันมิให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของราชการส่วนท้องถิ่น และเพื่อเป็นหลักประกันแก่ราษฎรในท้องถิ่นว่าจะได้รับการบริการสาธารณะอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

เจตนารมณ์ของกฎหมายการปกครองท้องถิ่นไทย จะเห็นได้ว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นไทยก็คือ ราชการส่วนท้องถิ่น จึงถูกจัดตั้งขึ้นบนพื้นฐานของแนวความคิดในการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่ต้องการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น จึงถือได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในท้องถิ่น และเป็นกลไกการปกครองที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นของตนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้เพราะองค์กรปกครอบส่วนท้องถิ่นต้องมาจากประชาชน ดำเนินกิจการ เพื่อประชาชน และ โดยการกำกับดูแลของ ประชาชน

ความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น

1. การปกครองท้องถิ่นถือเป็นรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นสถาบันฝึกสอนการเมืองการปกครองให้แก่ประชาชน
2. การปกครองท้องถิ่นเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล
3. การปกครองท้องถิ่นจะทำให้ประชาชนรู้จักการปกครองตนเอง เพราะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งจะทำให้ประชาชนเกิดสำนึกของตนเองต่อท้องถิ่น
4. การปกครองท้องถิ่นสามารถตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ
5. การปกครองท้องถิ่นจะเป็นแหล่งสร้างผู้นำทางการเมือง การบริหารของประเทศในอนาคต
6. การปกครองท้องถิ่นสอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาชนบทแบบพึ่งตนเอง

0

การจัดบริการดูแลรักษาถนนหนทาง ลำคลอง คุณภาพชีวิต และการรักษาความสะอาด ฯลฯ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดหรือที่เรียกกันว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยทั่วไปมักจะนึกถึงเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และองค์การบริหารส่วนตำบล ในแต่ละประเภทจะมีการกำหนดลักษณะหรือองค์ประกอบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ คือ มีกฎหมายกำหนดวิธีการในการจัดตั้ง รูปแบบการบริหารจัดการ อำนาจหน้าที่ วิธีการในการจัดทำบริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การคลังและงบประมาณเป็นแบบแผนเดียวกันทั่วประเทศ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีการดำเนินงานเป็นอิสระจากส่วนกลาง ทำหน้าที่บริหารจัดการกิจการต่างๆในท้องถิ่นของตน โดยผู้บริหาร อปท. ก็เป็นคนในท้องถิ่นที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งการที่รัฐยอมให้ อปท. ดำเนินงานได้อย่างมีอิสระ หมายความถึงรัฐกระจายอำนาจลงมาสู่ระดับท้องถิ่นจะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจรัฐดูแลตนเองมากขึ้น และถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายของรัฐ เนื่องจากผู้บริหารเป็นคนในท้องถิ่นที่รู้ความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆมากกว่ารัฐบาลกลาง จึงสามารถตัดสินใจใช้งบประมาณได้ตรงตามความต้องการของประชาชนมากกว่า

รายได้ของ อปท. มาจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลกลางเป็นสำคัญ ขณะที่รายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บได้เองมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 ของรายได้รวมของ อปท.เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างรายรับในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นอิสระจากภาครัฐ ส่วนด้านการใช้จ่ายเพื่อดำเนินงานตามภารกิจต่างๆก็ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเช่นกัน สะท้อนจากภารกิจที่ อปท. ได้รับถ่ายโอนจากรัฐส่วนใหญ่จะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ชลประทาน ขณะที่การบริการสาธารณะอื่นๆ เช่น ด้านสาธารณสุขและการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงต่อสวัสดิการสังคมในพื้นที่ยังไม่คืบหน้ามากนัก

ความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น

1. การปกครองท้องถิ่นถือเป็นรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
2. การปกครองท้องถิ่นเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล
3. การปกครองท้องถิ่นจะทำให้ประชาชนรู้จักการปกครองตนเอง เพราะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง
4. การปกครองท้องถิ่นสามารถตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ
5. การปกครองท้องถิ่นจะเป็นแหล่งสร้างผู้นำทางการเมือง การบริหารของประเทศในอนาคต
6. การปกครองท้องถิ่นสอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาชนบทแบบพึ่งตนเอง

0

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนับเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษามาตั้งแต่ในอดีตและยิ่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้นปัจจุบันและอนาคต อันเนื่องมาจากนโยบายกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากถึงร้อยละ 96.3 ที่ยังไม่ได้จัดการศึกษาในระบบนั้น ได้มีการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น

1. จัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

2. การส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่างๆ เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์กีฬาและนันทนาการ เป็นต้น

3. การใช้ความรู้และการฝึกอบรมอาชีพในสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและสังคม

4. การจัดอบรมและกิจกรรให้ความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันและการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ เช่น สุขอนามัย ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรมและการกีฬา

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกจากจะมีบทบาทในการจัดการศึกษาดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีบทบาทในกรณีมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐในด้านต่างๆ เช่น ด้านงบประมาณและทรัพย์สิน ด้านวิชากร เช่น การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน การระดมผู้รู้ในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมเป็นกรรมการสถานศึกษา กรรมการเขตพื้นที่การศึกษา กรรมการที่ปรึกษาหรือกรรมการอื่นๆ

มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนไม่น้อยที่สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น จนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน ซึ่งปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือ ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และเห็นความสำคัญของการศึกษา มีการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง และมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางการศึกษา อย่างไรก็ตามก็ยังพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่งยังมีปัญหาการบริหารจัดการศึกษา เช่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดความรู้ความเข้าใจด้านการศึกษา ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา บุคลากรด้านการศึกษาไม่เพียงพอ ขาดการนิเทศ กำกับติดตามและประเมินผลการศึกษา ขาดความชัดเจนในเรื่องความก้าวหน้าทางวิชาชีพของบุคลากรในสำนักงาน/กองการศึกษาและขาดความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาในการถ่ายโอนสถานศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความล่าช้าในการถ่ายโอนอันเนื่องมาจากมีขั้นตอนมากและซับซ้อน แนวนโยบายการถ่ายโอนไม่ชัดเจน ขาดกสนเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขาดการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อม บุคลากรทางการศึกษา กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการถ่ายโอน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่งบังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ด้านการศึกษา

Next Page »