การปลูกฝังภูมิปัญญาท้องถิ่น ในสถานศึกษา

ในปัจจุบันมีปัญหาทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอ อันเป็นผลมาจากการขาดสมดุลแห่งการเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น มีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งนี้ เพราะสังคมกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติทางภูมิปัญญาท้องถิ่น

การศึกษาพบว่า ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นเริ่มหายไปจากสังคมไทย โดยมีกระแสภูมิปัญญาสากลเข้ามาแทนที่ ทำให้เกิดกระแสความนิยม มีผลกระทบต่อเนื้อหาการจัดการศึกษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบการศึกษาในโรงเรียน จะมีเนื้อหาด้านภูมิปัญญาสากลมากกว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่เกิดการฟื้นฟูและนำคุณค่ามาปรับใช้ในการจัดการศึกษาและวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีการถ่ายทอดภูมิปัญญา นอกจากนี้ผู้คนส่วนใหญ่ละทิ้ง ไม่สนใจภูมิปัญญาท้องถิ่น จากการพัฒนาภูมิปัญญา และไม่มีการส่งเสริม

การที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้รับการฟื้นฟู เนื่องจากการศึกษาไม่ได้ช่วยสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นเลย เมื่อเริ่มมีการสอน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรจะสืบทอดก็เริ่มลดน้อยลง ถึงแม้ว่าทางโรงเรียนเองจะมีนโยบายในการปูรากฐานให้กับเด็กผ่านหลักสูตรในท้องถิ่น แต่ก็ทำได้เพียงในระดับโครงการส่งเสริมเท่านั้น ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการศึกษายังมุ่งเน้นไปที่ภูมิปัญญาสากลของชาติตะวันตกมากกว่า เช่น วิชาภาษาไทย ดนตรีไทย นาฎศิลป์ไทย ที่มีการเรียนการสอนแค่ 5 เปอร์เซ็น

แม้ว่าในปัจจุบันมีการพยายามที่จะยกย่องภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร การเน้นคุณค่าทางภูมิปัญญาสากลมากเกินไป ก็ทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นค่อยๆเหือดหายไป เช่น ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิต ทั้งนี้ล้วนเป็นสาเหตุจากการที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกละเลย

สถานศึกษาเป็นสถาบันหลักในการปลูกฝังภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งก่อให้เกิดความภาคภูมิใจของคนไทยที่ไม่แพ้ชาติต่างๆของโลก โรงเรียนจึงต้องเร่งปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการภายในสถานศึกษาให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าสู่เข้ามาสู่โรงเรียนอย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง ทั้งในและนอกห้องเรียน โดยทางโรงเรียนเองต้องร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น ร่วมกันกำหนดและพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ตามความเหมาะสมผ่านการบริหารในสถานศึกษา เพื่อให้นักเรียนมีส่วนในการพัฒนาท้องถิ่นของตนได้อย่างมีคุณภาพ

การกระจายอำนาจสู่การศึกษาท้องถิ่น


องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั้นเป็นองค์กรที่มีบทบาทต่อการจัดการศึกษาในปัจจุบัน เนื่องจากนโยบายกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่องค์การปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอบรมของรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่ได้มีการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อย่างเช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์กีฬา นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมอาชีพในสาขาต่างๆที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น รวมทั้งการจัดอบรมและกิจกรรมให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันและการพัฒนาคุณภาพชีวิต สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกจากจะมีบทบาทต่างๆเหล่านี้แล้วยังมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนในด้านการศึกษาอีกด้วย เช่น ด้านงบประมาณ ในด้านวิชากร เช่น การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน โดยการนำผู้ที่มีความรู้ในชุมชนมามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ซึ่งพบว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนมากที่มีการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับของคนในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านถ่ายโอนสถานศึกษาเนื่องจากมีขั้นตอนมากและซับซ้อน ขาดการเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขาดการประชาสัมพันธ์ ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการถ่ายโอน ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ด้านการศึกษา

ดังนั้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาสู่องค์กรท้องถิ่นจะประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความพร้อม ในการจัดการศึกษาและรับถ่ายโอนสถานศึกษาเพื่อให้สามารถจัดการศึกษาได้มากขึ้นทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบมีความเหมาะสมและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและให้ตรงกับความต้องการที่หลากหลายของท้องถิ่น โดยหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในการส่งเสริมได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ฉะนั้นการศึกษาจึงมีความสำคัญมากเพราะการศึกษาของเยาวชนและคนในประเทศจะดีหรือไม่ดีนั้นจะทำให้คนในประเทศสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ดีหรือไม่ ก็จะขึ้นอยู่กับการการศึกษา เพราะหากทุกคนมีความรู้ความสามารถก็จะช่วยให้ประเทศเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ศักยภาพในการจัดการศึกษาในองค์กรท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษามาตั้งแต่ในอดีตและยิ่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้นปัจจุบันและอนาคต อันเนื่องมาจากนโยบายกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้กำหนดไว้ในกฎหมายสำคัญหลายฉบับ การจัดการศึกษาในท้องถิ่นต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่าย จัดทำยุทธศาสตร์ของท้องถิ่นร่วมกัน ช่วยกันสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ เปลี่ยนวิธีคิด ไม่ยึดติดแนวคิดเก่า เช่น ใช้นโยบายคืนครูให้นักเรียน โดยการประเมินครูจากเด็ก ถ้าครูสอนภาษาไทย ก็จะประเมินว่าเด็ก อ่านออก เขียนได้หรือไม่ ระดมทรัพยากร เงิน ระบบ บุคลากรทั่วไป เช่น นักธุรกิจ คนเกษียณ มาช่วยสนับสนุนการศึกษาท้องถิ่น ใช้ทรัพยากรร่วมกัน หมุนเวียนครู ถ้าทำได้ดังนี้ เราจะสามารถกำหนดอนาคตของท้องถิ่นได้ เรื่องการศึกษา

มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนไม่น้อยที่สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น จนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน ซึ่งปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือ ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และเห็นความสำคัญของการศึกษา มีการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง และมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่งยังมีปัญหาการบริหารจัดการศึกษา เช่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดความรู้ความเข้าใจด้านการศึกษา ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา บุคลากรด้านการศึกษาไม่เพียงพอ ขาดการนิเทศ กำกับติดตามและประเมินผลการศึกษา ขาดความชัดเจนในเรื่องความก้าวหน้าทางวิชาชีพของบุคลากรในสำนักงาน/กองการศึกษาและขาดความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาในการถ่ายโอนสถานศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความล่าช้าในการถ่ายโอนอันเนื่องมาจากมีขั้นตอนมากและซับซ้อน แนวนโยบายการถ่ายโอนไม่ชัดเจน ขาดกสนเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขาดการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อม บุคลากรทางการศึกษา กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการถ่ายโอน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่งบังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ด้านการศึกษา

การศึกษาซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ดังนั้นทิศทางด้านการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาจะต้องมีการปรับตัว ตลอดจนพัฒนาบุคลากรและระบบการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาเพื่อรองรับการจัดการศึกษาในอนาคต และเตรียมความพร้อมในด้านการศึกษาในท้องถิ่น จัดให้มีหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของท้องถิ่นนั้นๆ รวมทั้งการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของท้องถิ่น การศึกษาจะมีคุณภาพได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ควรที่จะร่วมกันคิดร่วมกันหาแนวทางการพัฒนาการศึกษาท้องถิ่นให้ยั่งยืนต่อไป

การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในตอนนี้ไม่มีการพูดถึงกันมากนัก ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาและนโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาลปัจจุบันมากกว่า ซึ่งภารกิจด้านการถ่ายโอนด้านการศึกษาเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งได้กำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาของรัฐให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543  โดยมีภารกิจด้านการศึกษาที่ถ่ายโอน 2 ลักษณะ  กล่าวคือ ภารกิจการศึกษาที่ถ่ายโอนโดยไม่ต้องประเมินความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ได้แก่  โครงการอาหารกลางวัน อาหารเสริม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน เป็นต้น ส่วนภารกิจที่ถ่ายโอนโดยต้องมีการประเมินความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ การถ่ายโอนสถานศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินความพร้อมก่อน จึงมีสิทธิและรับผิดชอบจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

นโยบายรัฐบาลปัจจุบันด้านการศึกษาฟรี 15 ปี นั้นจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้มีการเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งเป็นองค์กรในชุมชนที่ได้รับผิดชอบด้านการศึกษาและได้มีการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีภารกิจหน้าที่ในด้านการจัดการศึกษาในท้องถิ่น แต่อีกด้านหนึ่งความพร้อมด้านการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่นั้น ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอในการบริหารจัดการ ทั้งทางด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ ทำให้การถ่ายโอนภารกิจมีการหยุดชะงักลงในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง เช่น เทศบาล นั้นได้มีการจัดการศึกษาอยู่ก่อนแล้วก็สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นโรงเรียนในความรับผิดชอบของเทศบาล การศึกษาระดับอนุบาลหรือศูนย์เด็กเล็กบางส่วนนั้นก็ได้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้วและได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนการปฏิรูปการศึกษานั้นได้มีนักวิชาการหลายท่านได้นำเสนอแนวคิดทิศทางด้านการศึกษาไว้ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงศึกษาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรให้ความสำคัญด้านการศึกษา

สภาพปัจจุบันและบทบาทของการจัดการศึกษาท้องถิ่น

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนับเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษามาตั้งแต่ในอดีตและยิ่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้นปัจจุบันและอนาคต

ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นจำนวน 7,853 แห่ง ประกอบด้วย อบจ.75 แห่ง อบต.6,157 แห่ง เทศบาล 1,619 กรุงเทพมหานคร 1 แห่ง และเมืองพัทยา 1 แห่ง โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษามีเพียง 6.3 ของนักเรียนทั้งประเทศ ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษามีเพียง 2 แห่ง เท่านั้น คือ กรุงเทพมหานคร มีวิทยาลัยแพทย์สาสตร์และวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ และเทศบาลนครปฐมซึ่งเปิดสอนถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สำหรับด้านคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบแรก (พ.ศ.2544-2548) พบว่า สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคุณภาพระดับดีสูงกว่าในภาพรวมทั้งประเทศและสูงกว่าสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเกือบทุกมาตรฐาน

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากถึงร้อยละ 96.3 ที่ยังไม่ได้จัดการศึกษาในระบบนั้น ได้มีการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น

1. จัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

2. การส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่างๆ เช่น ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์กีฬาและนันทนาการ เป็นต้น

3. การใช้ความรู้และการฝึกอบรมอาชีพในสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและสังคม

4. การจัดอบรมและกิจกรรมให้ความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันและการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ เช่น สุขอนามัย ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรมและการกีฬา

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกจากจะมีบทบาทในการจัดการศึกษาดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีบทบาทในกรณีมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐในด้านต่างๆ เช่น ด้านงบประมาณและทรัพย์สิน ด้านวิชากร เช่น การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน การระดมผู้รู้ในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมเป็นกรรมการสถานศึกษา กรรมการเขตพื้นที่การศึกษา กรรมการที่ปรึกษาหรือกรรมการอื่นๆ

จากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาพบว่า มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนไม่น้อยที่สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น จนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน ซึ่งปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือ ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และเห็นความสำคัญของการศึกษา มีการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง และมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางการศึกษา อย่างไรก็ตามก็ยังพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่งยังมีปัญหาการบริหารจัดการศึกษา เช่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดความรู้ความเข้าใจด้านการศึกษา ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา บุคลากรด้านการศึกษาไม่เพียงพอ ขาดการนิเทศ กำกับติดตามและประเมินผลการศึกษา ขาดความชัดเจนในเรื่องความก้าวหน้าทางวิชาชีพของบุคลากรในสำนักงาน/กองการศึกษาและขาดความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาในการถ่ายโอนสถานศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความล่าช้าในการถ่ายโอนอันเนื่องมาจากมีขั้นตอนมากและซับซ้อน แนวนโยบายการถ่ายโอนไม่ชัดเจน ขาดกสนเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขาดการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อม บุคลากรทางการศึกษา กรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการถ่ายโอน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่งบังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ด้านการศึกษา